วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

การเรียนครั้งที่ 11

 




การเรียนครั้งที่ 9

 สรุป รูปแบบการอบรมเลี้ยงดู: แนวคิดของ Diana Baumrind


    หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ คือ การอบรมเลี้ยงดูที่เด็ก ได้รับจากบิดามารดาหรือผู้ปกครอง Diana Baumrind (1971) นักจิตวิทยาชาวอเมริกันแห่ง มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย, เบิร์คลีย์ เป็นผู้หนึ่งที่สนใจศึกษารูปแบบการอบรมเลี้ยงดูอย่างจริงจัง Baumrind ได้เสนอมิติสำคัญในการอธิบายพฤติกรรมของบิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรว่า ประกอบด้วย 2 มิติ คือ


 1) มิติควบคุมหรือเรียกร้องจากบิดามารดา 


2) มิติการตอบสนองความ รู้สึกเด็ก 


จากการผสมผสาน 2 มิติ ทำให้ Baumrind จัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ คือ


 1) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (ควบคุมและตอบสนองความรู้สึกเด็ก)


 2) รูปแบบการ อบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (ควบคุมแต่ไม่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก) 


3) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดู แบบตามใจ (ไม่ควบคุมแต่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก) 


ต่อมา Maccoby and Martin (1983) ได้ เพิ่มเติมรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบที่ 4 คือ 


4) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (ไม่ควบคุม และไม่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก) จากการประมวลงานวิจัยทั้งในและนอกประเทศพบสอดคล้องกันว่า รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มีประสิทธิภาพสามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้มีความสามารถ ในการปรับตัว มีพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสม มีความสามารถในการกำกับตนเอง และมีความ ฉลาดทางอารมณ์ คือ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ 


 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูของ Diana Baumrind รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ รูปแบบ การอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง

วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2565

การเรียนครั้งที่ 6


 ได้ช่วยกันศึกษาหาข้อมูลข้อมูลเพื่อนำมานำเสนอ ในรูปแบบพาวเวอร์พอยที่เกี่ยวกับการพัฒนาการของเด็กและการอบรมเลี้ยงดู

การเรียนครั้งที่ 14



 การสะท้อนคิด แบ่งออกเป็น 3 หัวข้อ

ความรู้
1)พัฒนาการด้านต่างๆ
     -ร่างกาย
     -อารมณ์
      -สติปัญญา
      -สังคม
2)พัฒนาการของเด็ก
      -แรกเกิด - 1ปี
      -1 - 2 ปี
      -2 - 3 ปี

3)วิธีการเรียนรู้
    -เล่านิทาน
    -เกม เล่นให้สนุก
    -ให้ปฎิบัติได้ลองทำ
    -จัดบทบาทสมมุติ
    -สื่อแบบใหม่
4)หลักการอบรมเลี้ยงดู
    -ให้เหตุผล
    -สภาพแวดล้อมดี
    -ให้คำปรึกษา
    -ให้ลองคิดลองทำด้วยตัวเอง

ทักษะ
1)กิจกรรม
     -ทำของเล่น
     -mind map
     -เรียนรู้
      -งานกลุ่ม
2)คิด
      -คิดสร้างสรรค์
      -คิดแยกแยะ
      -คิดใช้เหตุผล
      -คิดทางบวก
3)เขียน
      -เขียนรูปแบบถูกต้อง
      -จัดลำดับความคิด
      -ใช้ภาษาเข้าใจง่าย
4)เครื่องมือ
      -mind map
      -แผนผังความคิด
      -T-chart
      -ไดอะแกรมเวนน์
เจตคติ
      -มีความสุขที่ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ
      -อยากที่จะพัฒนาตัวเองมาก
      -ภูมิใจที่เก่งขึ้นคิดเป็นระบบมากขึ้น
      -วางแผนเป็นระเบียบมากขึ้น

ได้สวมบทบาทแสดงบทบาทสมมติเกี่ยวกับแม่ลูก ณ โต๊ะอาหาร
เป็นบทสนทนาที่สอนเกี่ยวกับให้ลูกรู้จักเวลาเวลากินข้าวเวลาเล่นเกมควรจะแบ่งเวลาให้เป็นยังไง

ประโยชน์ที่มีต่อ เด็กได้รู้จักเวลาได้ใช้เวลากับครอบครัว รู้จักการแบ่งเวลาได้มีโอกาสพูดคุยกับแม่คอยให้คำปรึกษา

การเรียนครั้งที่ 13


 ทฤษฎีพัฒนาการ

ร่างกาย
มาจาก กีเซล
แบ่งโดย
-การปรับตัว มีระบบประสาทสั่งการ เช่น มือ ตา 
-สำรวจ
-แก้ปัญหาการทำงาน
-การเคลื่อนไหว
สังคม
มาจากเอริคส์สัน
ได้แก่ ความเชื่อใจ ควบคุมตนเอง ริเริ่ม ประสบความสำเร็จ รู้จักตนเอง โดดเดี่ยว รับผิดชอบ สมบูรณ์
มาจาก อัลเบิร์ต แบนดูรา
ได้แก่
-ดึงดูดความสนใจ เช่นเลียนแบบ การเรียนรู้
-คงไว้ เช่น จดจำ สังเกต นำมาใช้
-การแสดงออก เช่นเคลื่อนไหว การกระทำ
-การเลียนแบบ เช่น บุคคลมีชื่อเสียง เพศเดียวกัน ตัวแบบรางวัล คล้ายคลุงกับเด็ก
อารมณ์
มาจากโครเบอร์ก
ได้แก่
-เริ่มมีจริยธรรม เช่น หลีกเลี่ยงการลงโทษ แสวงหารางวัล
-จริยธรรมตามกฎเกณฑ์ เช่น ให้สังคมยอมรับ รักษากฎเกณฑ์
-จริยธรรมตนเอง เช่น ยอมรับกฎเกณฑ์ส่วนรวม มีสามัญสำนึก
สติปัญญา
มาจาก การ์ดเนอร์
ได้แก่ภาษา คณิต มิติสัมพันธ์ เคลื่อนไหว ดนตรี มนุษย์สัมพันธ์ การเข้าใจตนเอง รักธรรมชาติ
มาจาก เพียเจต์
ได้แก่ประสาทรับรู้ ก่อนปฏิบัติการคิด ปฏิบัติการคิดรูปธรรม ปฏิบัติการคิดนามธรรม

การเรียนครั้งที่ 12


 คุณลักษณะบุคคลศตวรรษที่ 21

ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมได้แก่ คิดสร้างสรรค์ มีวิจารณญาณ แก้ปัญหาเป็น เต็มใจร่วมมือ

ทักษะสารสนเทศ สื่อ เทคโนโลยีได้แก่ อัพเดทข่าวสาร รู้เท่าทันสื่อ รอบรู้เทคโนโลยี ฉลาดสื่อสาร

ทักษะชีวิตและอาชีพ ได้แก่ มีความยืดหยุ่น รู้จักปรับตัว ริเริ่มสิ่งใหม่ เช่น รู้จักเค้าสังคม รับผิดชอบต่อหน้าที่หมั่นหาความรู้รอบด้าน

การเรียนครั้งที่ 10


 การทำการทำของเล่นจากขวดน้ำ โดยการทำ โมบาย

เสริมสร้างพัฒนาการจากการเอาหลอดมาใส่ในเส้นด้ายเพื่อมีการจดจ่อใส่ใจของเด็กได้สังเกตลักษณะของรูปภาพหลากหลายที่มีสีสันสามารถนำเสริมสร้างพัฒนาการจากการเอาหลอดมาใส่ในเส้นด้ายเพื่อมีการจดจ่อใส่ใจของเด็กได้สังเกตลักษณะของรูปภาพหลากหลายที่มีสีสันสามารถนำไปประดับตกแต่งภายในบ้านได้



การเรียนครั้งที่ 8

 

กิจกรรมการออกแบบเด็กแรกเกิดถึงสามปี

ช่วงแรกเกิดถึงหนึ่งปี
พัฒนาการ ได้แก่ มองวัตถุ  เช่นกล่อง สิ่งของ อ้อแอ้ตอบ แสดงอารมณ์ ติดคนเลี้ยง ฟังรู้เรื่อง
เลียนแบบ เช่น เต้น ท่าทาง
กิจกรรม เช่น กำแบ นับ1 ถึง 10 ตบมือเป็นจังหวะ

ช่วงหนึ่งถึงสองปี
พัฒนาการร่างกาย ได้แก่ ร่างกาย เช่น หยิบของ ฉุดดึงลาก ภาษา เช่น พูดตาม พูดเป็นคำ
อารมณ์ เช่น เอาแต่ใจ อยากรู้อยากเห็น สังคม เช่น ติดเพื่อน มีเพื่อนใหม่
กิจกรรมเช่นโยนลูกบอล ขี่จักรยานสามล้อ ต่อบล็อก

ช่วงสองถึงสามปี
พัฒนาการได้แก่ ก้าวร้าว เช่น ดื้อ ไม่ฟัง วิตกกังวล เช่น อิจฉา เครียด ติดเพื่อน เช่น เล่นสนุก เล่นข้างนอก เล่นเลียนแบบ เช่น ตัวละคร สิ่งที่ชอบ
กิจกรรมเช่น เดินบนไม้ ปั้นดินน้ำมัน เล่นซ่อนหา

วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2565

การเรียนครั้งที่ 3

 ให้นึกย้อน เพลงกล่อมเด็กที่เคยได้ยินตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ที่จำความได้ ก็เลือกเพลง จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า

ซึ่งเป็นเพลง ของ ภาคกลาง


 

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2565

การเรียนครั้งที่ 5

 เขียนลงกระดาษ กลางหน้ากระดาษว่า เด็กปฐมวัย หลังจากนั้นก็เขียนหัวข้อย่อย โดยการแบ่งหน้ากระดาษ

ให้เขียนหัวข้อย่อย จำนวน 8 ข้อ ให้พอดีกระดาษ หัวข้อย่อยมี ดังนี้

- อายุเท่าไหร่

- พัฒนาการอะไรบ้าง

- วิธีการเรียนรู้

- ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

- หลักการอบรมเลี้ยงดู

- สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

- สื่อในการส่งเสริมการเรียนรู้

- การประเมิน

สิ่งที่ได้รู้ :

ทราบถึงข้อมูลเกี่ยวกับเด็กปฐมวัย โดยการต้องศึกษาในด้านต่างๆเพื่อพัฒนา ส่งเสริมเด็กปฐมวัย

ให้ถูกต้อง รวมถึงการอบรมเลี้ยงดู เด็กปฐมวัยอย่างไร ให้ไปในทางที่ดี โดยอาศัยปัจจัยต่างๆ 

เช่น สภาพแวดล้อม สื่อการสอน การอบรมเลี้ยงดูแบบไหน ให้มีความหลากหลายในการสอนเด็ก 

อีกทั้งยังสามารถพัฒนาด้านสมอง ร่างกาย ความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์ สังคม ของเด็กด้วย



 หลังจากเรียบเรียง เนื้อหา หาข้อมูลแล้ว ก็ส่งตัวแทน ไปหารือกับเพื่อนกลุ่มอื่น ตรวจสอบว่า มีจำนวนกลุ่มครบตามที่กำหนดหรือไม่ แล้วข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ จากนั้น ก็มาพูดคุยกันว่าใครจะเลือกหัวข้อย่อยไหนในการนำเสนอกลุ่ม วิธีการที่ตกลงกัน คือ การเป่ายิงฉุบ  จนได้หัวข้อย่อย ว่า พัฒนาการมีอะไรบ้าง

จากนั้น ก็นั่งคุยกันในกลุ่มว่า จะจัดการนำเสนอ อย่างไรให้ น่าสนใจ น่าดึงดูด

ความเห็นคิดกันว่า : 

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

การเรียนครั้งที่ 4

ครั้งที่หนึ่ง 

วันนี้อาจารย์ได้ให้กระดาษที่มีรูปภาพสัตว์ แล้วให้ระบายสีตกแต่งให้มีความคิดสร้างสรรค์แล้วแต่ตกแต่ง

หลังจากนั้นก็ก็ตัดตามรูปสัตว์ ตามกระดาษได้เลยแล้วพับตามรอยให้แล้วเอาแผ่นกระดาษชิ้นเล็ก แปะกาว

สองชิ้นให้นิ้วสอดเข้าได้ ให้ปากรูปสัตว์อ้าปากให้ได้ เป็นอันเสร็จ

ครั้งที่สอง

ได้ให้กระดาษ A4 มา 1 แผ่น ให้พับกระดาษเป็นแนวตั้ง แบ่งครึ่ง แล้วออกแบบแล้วแต่ความชอบ 

ให้เป็นกระดาษรูปสัตว์ที่อ้าปากได้ หนูเลือกเป็น หมาชิบะ เพราะน่ารัก จากนั้นก็ทำเหมือนเดิมค่ะ


กิจกรรมนี้ใช้ทำไรอะไรได้บ้าง :

นำไปสอนเด็ก ประกอบการเล่านิทาน ร้องเพลง หรือ การเล่าเรื่องต่างๆให้ เด็กสนใจ รวมถึงประกอบการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ให้ได้มีความคิดสร้างสรรค์เพิ่มมากขึ้น

ได้ประโยชน์อย่างไร :

เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ ให้เด็กมีจินตนาการมากขึ้น ในด้านศิลปะ อีกทั้งยังให้ฝึกคิดนอกกรอบ ว่าไม่ได้มีแค่สีเดียวแล้วแต่จะระบายและทำจากอย่างอื่นได้อีกด้วย เช่น กล่องนม ลังกระดาษ แกนทิชชู่ เป็นต้น 

เพื่อรู้จักการรีไซเคิล นำสิ่งที่ไม่ใช้แล้วมาเป็นประโยชน์ในการเรียนรู้ได้ ไม่ใช้ของสิ้นเปลือง

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

การเรียนครั้งที่ 2

 อาจารย์ให้ วาดรูปครอบครัว พ่อกับแม่ แล้วออกแบบวิเคราะห์ เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูของเด็กปฐมวัย ซึ่งเกี่ยวกับครอบครัว การเลี้ยงดู

หลังจากที่วาดรูปเสร็จ ก็ให้ทำมายแมพ จะมีหัวข้อที่ว่า ได้รับการเลี้ยงดูแบบไหน จะมีหลายแบบ เช่น แบบตามใจ แบบประชาธิปไตย แบบปล่อยปละละเลย แบบเอาใจใส่ทำให้ได้รู้ว่า ครอบครัวถูกเลี้ยงดูมายังไง แล้วสิ่งที่ได้จากการเลี้ยงดูครอบครัวนั้นยังไง โตมาจะเป็นยังไง ในทางไหน แล้วการอบรมเลี้ยงดูแบบไหนถึงจะเหมาะสม กับตัวเรา สุดท้ายเด็กปฐมวัยควรจะได้รับการดูแลอย่างไร คนที่ดูแลจะไม่ได้มีแค่พ่อแม่ รวมถึงครูด้วยทำให้ทราบว่า เราต้องพัฒนาในหลายๆด้าน เช่น ด้านความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาด้านศึกษา การอยู่ร่วมกับผู้อื่นยังไง รวมถึงด้านจริยธรรม ต่างๆ เป็นต้น 

หลังจากนั้นก็จับกลุ่ม หาเพื่อนที่ถูกการเลี้ยงดูแบบเดียวกัน จากนั้นก็รวมมายแมพ แล้วตกแต่ง ใส่กระดาษแผ่นใหญ่